โฮสติ้ง WordPress ยอดนิยมสำหรับคนไทยในปี 2024

|
15 นาที ในการอ่าน

ในการเลือกใช้บริการโฮสติ้งสำหรับเว็บไซต์ WordPress นั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความน่าเชื่อถือ ราคา หรือฟีเจอร์ต่างๆ ที่โฮสติ้งนั้นมีให้บริการ เพื่อให้ได้บริการที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด เราจึงได้จัดทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน WordPress ในประเทศไทย ภายใต้ WordPress Bangkok Community

จากผลสำรวจการรวบรวมผลโหวตของผู้ใช้ไทย เราได้นำ 11 อันดับแรกของโฮสติ้งที่ได้รับความนิยมมาวิเคราะห์ถึงข้อดีของแต่ละเจ้า เพื่อให้ทราบว่าทำไมผู้ใช้ WordPress จึงเลือกใช้บริการเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบริการโฮสติ้งที่เหมาะสมกับตนเอง

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนการใช้งานของผู้ให้บริการโฮสติ้งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ พบว่า Hostatom มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 37.13% ซึ่งบ่งบอกถึงความนิยมและการยอมรับจากผู้ใช้งานในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ถัดมา Bangmod ครองส่วนแบ่ง 11.40% ซึ่งเป็นอันดับสองในกลุ่มผู้ให้บริการในประเทศ

ด้านผู้ให้บริการระหว่างประเทศ Digital Ocean มีส่วนแบ่ง 8.46% ซึ่งเทียบเท่ากับ Ruk-com ผู้ให้บริการในประเทศ ส่วน Cloudways มีส่วนแบ่ง 8.09% แสดงถึงการได้รับความนิยมไม่น้อยเช่นกัน ผู้ให้บริการรายอื่น ๆ อย่าง Hostneverdie, Vultr, Hostinger, Siteground, AWS, และ Hosting Lotus มีส่วนแบ่งการตลาดลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 6.25% จนถึง 2.57% ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความหลากหลายในตัวเลือกของผู้ใช้งาน ถึงแม้มีโฮสติ้งระดับอินเตอร์เข้ามามีอิทธิพลในตลาด แต่ผู้ให้บริการโฮสติ้งในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดนี้

ข้อดีของการใช้โฮสท์ไทย

การใช้บริการโฮสท์ไทยมีข้อดีหลายประการ ประการแรก คือความรวดเร็วในการเข้าถึงเว็บไซต์ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศ จึงทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ในประเทศสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

ประการที่สอง คือการสนับสนุนภาษาไทย โฮสท์ไทยมักมีการรองรับการใช้งานภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งการแสดงผลและการจัดการระบบ อีกทั้งยังมีราคาที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นบริการในประเทศ ค่าใช้จ่ายต่างๆจึงมีแนวโน้มถูกกว่าผู้ให้บริการต่างประเทศ

การสนับสนุนจากทีมงานคนไทยก็เป็นอีกข้อดีหนึ่ง หากมีปัญหาในการใช้งาน สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงกับทีมงานที่พูดภาษาไทย ช่วยให้เข้าใจปัญหาและแนวทางแก้ไขได้ง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ และสามารถนำค่าใช้จ่ายเพื่อไปหักลดสำหรับบริษัทได้ด้วย

ข้อดีของการใช้โฮสท์ต่างประเทศ

การมีทรัพยากรทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัยนั้นถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของผู้ให้บริการโฮสท์ระดับโลก เนื่องจากเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด นอกจากนี้ การเป็นที่ยอมรับในระดับสากลของผู้ให้บริการเหล่านี้ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจด้วย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการมีศูนย์บริการลูกค้าทำงานตลอด 24 ชม. เพื่อให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความสำคัญสำหรับธุรกิจที่จำเป็นต้องเปิดให้บริการตลอดเวลา

ข้อควรพิจารณาคือการขาดการสนับสนุนภาษาไทย และค่าบริการที่อาจสูงกว่าผู้ให้บริการในประเทศ ดังนั้นจึงต้องประเมินให้รอบคอบว่าข้อดีข้อเสียดังกล่าวเหมาะสมกับรูปแบบและความต้องการของธุรกิจตนเองหรือไม่

hostatom

Hostatom

โฮสติ้งนี้ยังคงเป็นอับดับ 1 ตลอดกาลในทุกครั้งที่มีการสำรวจ ด้วยคะแนนโหวต 101 ( 37.13% )

บริการโฮสติ้งนี้เซิร์ฟเวอร์ถูกปรับแต่งอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่มีจำนวนมากถึง 21 ชุด และใช้ Web Application Firewall เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โดยมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่บน SSD และความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูง ไม่จำกัดจำนวนโดเมนและเว็บไซต์ พร้อมฐานข้อมูล MySQL ไม่จำกัด ทำให้สามารถรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

บริษัทมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยเซิร์ฟเวอร์เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงของ Dell ตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลระดับ Tier 3 ที่ Cloud Tower เพื่อความเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด

bangmod hosting

Bangmod

และตามมาติดๆ กับอันดับ 2 ด้วยคะแนนโหวต 31 ( 11.40% )

WordPress Cloud ของ Bangmod.Cloud มาพร้อมการปรับแต่งพิเศษที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Plugin Cache ยอดนิยม บริการนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน WordPress ทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไปไปจนถึงนักพัฒนา

การติดตั้ง WordPress ทำได้เพียงไม่กี่คลิกผ่าน Bangmod Control Panel ตลอด 24 ชั่วโมง และยังติดตั้งได้ไม่จำกัดจำนวนเว็บไซต์ตามพื้นที่แพ็กเกจที่เลือก อีกทั้งยังมีการติดตั้ง HTTPS/SSL ฟรีผ่าน Let’s Encrypt เพื่อความปลอดภัยของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังรองรับ Redis Cache ที่สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้ง่ายๆ พร้อมด้วยฟีเจอร์ Backup & Restore ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองฟรี

Bangmod.Cloud ยังมี Staging Environment ให้พัฒนาเว็บไซต์ในสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง และมีฟีเจอร์ Cron Jobs ที่ช่วยให้ระบบทำงานอัตโนมัติ บริการนี้ใช้ SSD Disk 100% ที่มีคุณภาพระดับ Enterprise และรับประกัน Uptime 99.9% ด้วยระบบเน็ตเวิร์คและอุปกรณ์ Fully Redundant ที่มั่นใจได้ในความเสถียรและความปลอดภัย

บริการทั้งหมดตั้งอยู่ใน Data Center ที่มีมาตรฐานสูงที่สุดในไทย การใช้งานสามารถเริ่มได้ทันทีหลังจากชำระค่าบริการผ่าน QR Payment หรือ PayPal และยังมีการสนับสนุนทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

digital ocean

Digital Ocean

อันดับ 3 Digital Ocean ด้วยคะแนนโหวต 23 ( 8.46% )

Digital Ocean เป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งสำหรับเว็บไซต์ WordPress นั้นข้อดีคือความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและกำหนดค่าต่างๆ ได้ตามต้องการ ทั้งการเลือกภูมิภาคให้บริการ การปรับขนาดทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

Digital Ocean ยังมีค่าบริการในราคาที่เหมาะสมและประหยัด เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับนักพัฒนาทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสถียรภาพและเครือข่ายที่เชื่อถือได้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจในการโฮสต์เว็บไซต์ของตนบน Digital Ocean ได้

ส่วนการดูแลเว็บไซต์ WordPress บนพื้นที่นี้นั้นก็มีความสะดวกด้วยชุดเครื่องมือและแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ดูแลระบบ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Digital Ocean จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการโฮสต์เว็บไซต์ WordPress

ruk-com

Ruk-com

อันดับ 4 ruk-com ด้วยคะแนนโหวต 23 ( 8.46% )

Ruk-Com เป็นบริการโฮสติ้งสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่มีจุดเด่นหลายประการ เริ่มต้นจากความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Cache แบบเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Ruk-Com ยังรองรับการใช้งาน Plugin WooCommerce สำหรับเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ โดยมีระบบ Web Application Firewall (WAF) คอยปกป้องการเข้าถึงเว็บไซต์ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมระบบสแกนไวรัสและมัลแวร์อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง

จุดแข็งอีกประการคือ Ruk-Com มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ WordPress คอยให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การดูแลรักษาเว็บไซต์เป็นไปอย่างครบวงจรตลอดเวลา

cloudways

Cloudways

อันดับ 5 Cloudways ด้วยคะแนนโหวต 22 ( 8.09% )

Cloudways hosting เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับหลายๆ คนที่ต้องการประสิทธิภาพและความสะดวกในการจัดการเซิร์ฟเวอร์ แม้ว่าคุณจะไม่มีความรู้เชิงเทคนิคขั้นสูง Cloudways ก็ยังทำให้การตั้งค่าและบริหารจัดการโฮสต์เป็นเรื่องง่าย

หนึ่งในจุดเด่นของ Cloudways คือความยืดหยุ่นสูง คุณสามารถเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำอย่าง AWS, Google Cloud, DigitalOcean, Vultr และ Linode และปรับขนาดทรัพยากรตามความต้องการของเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา การปรับตัวนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วหรือมีการใช้งานที่ผันผวน

ในด้านความเร็วและประสิทธิภาพ Cloudways ใช้เทคโนโลยีการแคชขั้นสูง เช่น Varnish, Memcached และ Redis รวมถึงการจัดการฐานข้อมูล MariaDB และ MySQL ที่ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการชะลอตัวของเว็บไซต์แม้จะมีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก

เรื่องความปลอดภัยก็เป็นจุดแข็งของ Cloudways มีการสำรองข้อมูลอัตโนมัติทุกวัน และมีการติดตั้ง SSL ฟรี พร้อมการป้องกัน Firewall ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะปลอดภัยจากการโจมตีและปัญหาต่างๆ

ที่สำคัญที่สุดคือการบริการลูกค้าของ Cloudways ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมตอบคำถามและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกมั่นใจ

hostneverdie

Hostneverdie

อันดับ 6 Hostneverdie ด้วยคะแนนโหวต 17 ( 6.25% )

Hostneverdie เป็นผู้ให้บริการ WordPress Hosting ที่น่าสนใจในหลายๆ ด้าน จุดเด่นสำคัญคือประสิทธิภาพสูงของเว็บเซิร์ฟเวอร์ ด้วยการใช้ Litespeed Web Server ร่วมกับ Enterprise SSD ทำให้เว็บไซต์สามารถโหลดได้รวดเร็วกว่าการใช้ Nginx หรือ Apache หลายเท่า

ยังมีฟีเจอร์เสริมอื่นๆ เช่น LSCache, Redis cache และ QUIC.cloud CDN ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโหลดเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ส่วนของความปลอดภัย Hostneverdie ใช้ Imunify360 ซึ่งเป็น Security Suite ที่ทำหน้าที่ป้องกันเว็บไซต์จากภัยคุกคามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวรัส การโจมตี หรือปัญหาอื่นๆ มีระบบ Brute Force Protection ติดตั้งมาให้ด้วย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ลูกค้าจะได้รับ Elementor Pro ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างเว็บที่มีมูลค่าสูงไปใช้งานฟรีตลอดอายุการใช้บริการ

Vultr

Vultr

อันดับ 7 Vultr ด้วยคะแนนโหวต 14 ( 5.15% )

Vultr ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการโฮสต์เว็บไซต์ WordPress ด้วยคุณสมบัติและบริการที่ได้รับการปรับแต่งเฉพาะ เริ่มต้นจากแผนโฮสติ้งสำหรับ WordPress โดยเฉพาะ ที่มาพร้อมการตั้งค่าที่เหมาะสมติดตั้งมาให้เรียบร้อย ช่วยประหยัดเวลาในการเริ่มต้นได้อย่างมาก

หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นคือระบบติดตั้ง WordPress แบบวันคลิกผ่าน Marketplace ทำให้ผู้ใช้สามารถนำเว็บไซต์ WordPress ออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงรายละเอียดในการติดตั้งและตั้งค่าด้วยตนเอง

ด้านประสิทธิภาพ เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของ Vultr มีความเร็วและเสถียรภาพสูง มีตัวเลือกสำหรับเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงที่เหมาะกับการโฮสต์ WordPress โดยกระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อให้บริการที่มีความหน่วงต่ำ

สำหรับผู้ใช้งานที่มีพื้นฐานการใช้งาน Vultr ยังรองรับเครื่องมือจัดการ WordPress ยอดนิยม อาทิ WP-CLI ที่ติดตั้งมาให้แล้ว ทำให้สามารถจัดการเว็บไซต์ผ่านบรรทัดคำสั่งได้โดยง่าย

Vultr ยังมีฐานข้อมูลจัดการแบบ MySQL ที่ผนวกรวมเข้ากับ WordPress ได้ดี ช่วยให้การจัดการฐานข้อมูลสำหรับเว็บไซต์ WordPress ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ การจัดการ Vultr มีแผงควบคุมที่ง่ายต่อการใช้งาน ช่วยให้การตรวจสอบและปรับแต่งการตั้งค่าเว็บไซต์ WordPress ทำได้โดยสะดวก

hostinger

Hostinger

อันดับ 8 Hostinger ด้วยคะแนนโหวต 12 ( 4.41% )

Hostinger มีบริการ Managed WordPress ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดถึง 10 เท่า พร้อมที่จะรองรับการใช้งานเว็บไซต์จำนวนมากถึง 300 เว็บไซต์ มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 200 GB และการสำรองข้อมูลประจำวัน มูลค่า $25.08 รวมถึงอีเมลและ SSL ฟรีไม่จำกัด พร้อมโดเมนฟรีมูลค่า $9.99 และ CDN ฟรี บริการยังครอบคลุมการจัดการ WooCommerce มาตรฐานในแพ็กเกจด้วย

ผู้ใช้งานจะได้รับการย้ายเว็บไซต์ฟรี การติดตั้ง WordPress แบบ 1 คลิก และเทมเพลตพร้อมใช้งานฟรี รวมถึงปลั๊กอิน Amazon Affiliate สำหรับ WordPress นอกจากนี้ยังมี WordPress Acceleration ด้วย LiteSpeed และการอัพเดท WordPress อัตโนมัติ ระบบสแกนช่องโหว่ของ WordPress และตัวตรวจสอบความเข้ากันได้ของ WordPress

สำหรับความปลอดภัย บริการนี้มีการป้องกัน DDoS ที่ปรับปรุงแล้วเพื่อป้องกันการโจมตี รวมถึง Firewall สำหรับแอพลิเคชั่นเว็บและการสแกนมัลแวร์ ระบบจัดการการเข้าถึงที่ปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของ WHOIS ของโดเมนฟรี มูลค่า $9.99

บริการลูกค้าที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว การรับประกันการใช้งาน 99.9% และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก มีการสนับสนุนลูกค้าตลอด 24/7 และการสนับสนุนล่วงหน้าในแพ็กเกจ ความเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพที่สูงสุดในการให้บริการทำให้ Hostinger เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการบริการ Managed WordPress ที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุด.

siteground

Siteground

อันดับ 9 SiteGround ด้วยคะแนนโหวต 11 ( 4.04% )

SiteGround เป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งที่มีคุณสมบัติครอบคลุมและเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ โดยมีแผนบริการให้เลือกตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (Essential) ไปจนถึงระดับที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ (Geeky)

ในด้านความเหมาะสมกับการใช้งาน SiteGround รองรับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ต่อเดือนตั้งแต่ 10,000 ถึง 400,000 ครั้ง พร้อมพื้นที่เว็บ 10-40GB และสามารถโฮสต์ได้หลายเว็บไซต์โดยไม่จำกัดจำนวน สำหรับผู้ใช้ WordPress จะได้รับฟีเจอร์พิเศษ เช่น การติดตั้งโปรแกรมฟรี การย้ายเว็บไซต์แบบอัตโนมัติ ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง การสนับสนุนเฉพาะ WordPress และมี WP-CLI ติดตั้งมาให้

ด้านประสิทธิภาพ SiteGround มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ใน 4 ทวีป ใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD มี CDN ฟรี รองรับ HTTP/2 และเพิ่มประสิทธิภาพ PHP ให้เร็วขึ้น 30% ด้านความปลอดภัย มีระบบสำรองไฟ การแยกบัญชีผู้ใช้ การตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ ระบบป้องกันการแฮ็ก การสำรองข้อมูลอัตโนมัติรายวัน และการสำรองข้อมูลขั้นสูงตามความต้องการ

AWS

AWS

อันดับ 10 AWS ด้วยคะแนนโหวต 11 ( 4.04% )

เรื่องประสิทธิภาพและความเร็ว: AWS มีเครือข่ายของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกซึ่งทำให้เนื้อหาของเว็บไซต์เก็บไว้ในหลายที่ เช่นเดียวกับการให้บริการด้วยวิธีการกระจาย ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว การโหลดเว็บไซต์ที่รวดเร็วมีความสำคัญสำหรับประสบการณ์ของผู้ใช้และการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหา

ความเชื่อถือ: โครงสร้างพื้นฐานของ AWS ถูกสร้างขึ้นโดยมีการ redundancy ซึ่งหมายความว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้นในศูนย์ข้อมูลหนึ่ง โหลดจะถูกย้ายไปยังศูนย์ข้อมูลอื่นโดยอัตโนมัติ เพื่อลดเวลาหยุดใช้งาน การใช้วิธีการกระจายนี้ทำให้เว็บไซต์ WordPress ยังคงเข้าถึงได้ แม้ว่าจะเกิดความท้าทายที่ไม่คาดคิดขึ้น

ความยืดหยุ่น: AWS มีชุดบริการที่หลากหลายนอกเหนือจากการโฮสติ้ง เช่น Amazon RDS สำหรับฐานข้อมูลและ Amazon CloudFront สำหรับการส่งเนื้อหา (CDN) การมีมาตรการและบริการมากมายนี้ทำให้คุณสามารถปรับแต่งสภาพแวดล้อมในการโฮสต์ได้ตามความต้องการของคุณ โดยเปลี่ยนขนาดของทรัพยากรขึ้นหรือลงเมื่อเว็บไซต์ของคุณเติบโตหรือรูปแบบการเข้าชมเปลี่ยนแปลง

ความคุ้มค่า: ด้วย AWS คุณจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะสำหรับทรัพยากรที่คุณใช้ ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และคุณสามารถเลือกใช้แผนรายวันหรือราคาเหมาะสมตามความต้องการ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้การโฮสติ้งของ AWS เป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและมีความคุ้มค่าสำหรับเว็บไซต์ WordPress

การขยายตัว: AWS ช่วยให้คุณขยายทรัพยากรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณสามารถขยายขนาดขึ้นหรือลงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีระดับการเข้าชมแปรปรวน

ความง่ายในการติดตั้ง: AWS มีแบบแผนเริ่มต้น WordPress ที่ถูกกำหนดค่าไว้ล่วงหน้าผ่าน Amazon Lightsail ทำให้ง่ายต่อการเริ่มต้นกับการโฮสต์ WordPress บน AWS

Hostinglotus

อันดับ 11 Hostinglotus ด้วยคะแนนโหวต 7 ( 2.57% )

Hosting Lotus รองรับ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับใน Google อย่างง่ายดายเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่เน้น การติดตั้งแอปพลิเคชันด้วยคลิ๊กเดียวทำให้การจัดการเว็บไซต์เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย มีศูนย์บริการ call center ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัย และมีแดชบอร์ดและการส่งเมลที่ใช้งานง่ายเสริมความสะดวกสบายในการดูแลและจัดการเว็บไซต์

WordPress Hosting ของ Hosting Lotus มีระบบป้องกัน Anti DDos และ Anti Brute-Force แบบ Realtime เพื่อความปลอดภัยของเว็บไซต์ รวมถึงการติดตั้งง่ายเพียงคลิกเดียว, การโหลดเว็บไซต์ WordPress ได้อย่างรวดเร็ว รองรับจำนวนผู้ใช้มากๆ และมีระบบสำรองข้อมูลย้อนหลัง 7 วัน เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

แชร์:
line

author - aum watcharapon
อั้ม วัชรพล
👨🏻‍💻 ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน WordPress

Subscribe to newsletter

doaction จะส่งเพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีบทความใหม่ๆ ในเว็บไซต์และสามารถกดยกเลิกได้ตลอดเวลา

บทความอื่นๆ

13 ข้อ การจัดการโปรเจกต์บน WordPress ที่งาน WP Bangkok Meetup

Meetup ครั้งนี้จะเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ กระบวนการทำงานของโปรเจคต์ ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งจบงาน โดยหัวข้อจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 13 หัวข้อ

อ่านต่อ

เส้นทางสู่การเป็น WordPress Theme Developer มืออาชีพ

บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเริ่มต้นเป็นนักพัฒนา WordPress Theme สำหรับผู้ที่สนใจสร้างธีมของตนเอง เชื่อว่าหลายคนที่ยังใช้ Elementor, Visual Composer, Beaver Builder, Oxygen Builder อาจมีคำถามว่า ถ้าอยากเริ่มเขียนธีมของตัวเองจะต้องทำอย่างไร บทความนี้จะแนะแนวทางในการเป็น Theme Developer ของ WordPress พร้อมกับสิ่งที่ควรเรียนรู้เพื่อเริ่มต้นได้อย่างไรกันครับ

อ่านต่อ

หากมีคำถาม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับ WordPress

สำนักงาน

  • บริษัท ดู แอคชั่น จำกัด
    66 ซอยเพชรเกษม 98/1, ถนนเพชรเกษม,
    แขวงบางแคเหนือ, เขตบางแค
    กรุงเทพมหานคร
    10160

เราใช้คุกกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า